ปรากฏการของทะเลสาบสีชมพูในเกาะ Middle Island

ทะเลสาบ Hillier เป็นทะเลสาบสีชมพูในเกาะ Middle Island ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่สุดของหมู่เกาะ Recherche นอกชายฝั่งเมืองเอสเปอร์แรนซ์หากมองจากมุมสูงทะเลสาบจะดูมีสีชมพูนมสดใส ทะเลสาบมีความยาวประมาณ 600 เมตร โอบล้อมด้วยผืนทรายและป่าเปเปอร์บาร์คและยูคาลิปตัส สันทรายแคบๆ ที่ปกคลุมด้วยพืชสีเขียวคั่นกลางระหว่างทะเลสาบกับทะเลใต้สีฟ้าครามไม่มีใครทราบเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมทะเลสาบถึงมีสีชมพู นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่าสีของทะเลสาบน่าจะเกิดจากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในเกล็ดเกลือ มีการกล่าวถึงทะเลสาบสีชมพูแห่ง Middle Island ในบันทึกของนักสำรวจชื่อเเมทธิว ฟลินเดอร์ ในปี 1802 โดยฟลินเดอร์ได้ปีนขึ้นไปบนจุดสูงสุดของ Middle Island เพื่อสำรวจแหล่งน้ำโดยรอบและตรงนั้นเองที่เขาได้เห็นทะเลสาบอันน่ามหัศจรรย์ Middle Island และทะเลสาบสีชมพูแห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าทึบซึ่งยังคงความเขียวชอุ่มตั้งแต่อดีต วิธีเดียวที่จะดูทะเลสาบนี้ได้คือจากมุมสูงทางอากาศ ทั้งนี้คุณยังสามารถสำรวจเกาะต่างๆ และสัตว์ป่านานาพันธุ์ของหมู่เกาะ Recherche ได้โดยการล่องเรือจากเมืองเอสเปอร์แรนซ์

ทะเลสาบสีชมพูใกล้เมืองเอสเปอร์แรนซ์ ก็เป็นทะเลสาบสีชมพูอีกแห่งที่มีฉากหลังเป็นวิวชายฝั่งของออสเตรเลียอันงดงาม ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปเจ็ดกิโลเมตรเมื่ออยู่ในสภาวะอากาศที่เหมาะสม ทะเลสาบนี้จะกลายเป็นสีชมพูอ่อนเนื่องจากมีสาหร่ายในน้ำเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้ได้วิวทะเลสาบที่สวยและดีที่สุด ควรเดินไปที่จุดชมวิวทะเลสีชมพูนอกจากนี้องค์กรอนุรักษ์นกสากล ได้ประกาศให้พื้นที่ในส่วนทะเสสาบเป็นเขตอนุรักษ์นกสำคัญ เนื่องจากเป็นที่อยู่ของนกท้องถิ่นและที่ย้ายถิ่นมาจากที่อื่นจำนวนมากในเมืองเอสเปอร์แรนซ์ ยังมีสถานที่และกิจกรรมที่น่าดูน่าทำอีกมากมาย เช่น การขี่ม้า การเดินและขี่จักรยานเล่น การดำน้ำแบบสกูบ้า ดูวาฬ การเล่นวินเซิร์ฟ การโรยตัวจากหน้าผา การพายเรือคายัค และการท่องเที่ยวด้วยรถโฟร์วีลพิพิธภัณฑ์ในเมืองเอสเปอร์แรนซ์ จะจัดแสดงเป็นวัตถุที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นของเมือง อาทิ บันทึกเกี่ยวกับผู้บุกเบิก ซากเรือ ชิ้นส่วนจากสถานีอวกาศ Sky Lab ของสหรัฐอเมริกาที่ตกลงมาที่เมือง เอสเปอร์แรนซ์ เมื่อปี1980 สิ่งประดิษฐ์ และวัตถุโบราณของชาวอะบอริจิน ห่างออกไปจากท่าเทียบเรือไกลสุดของเมืองจะมีแนวปะการังเทียม ซึ่งเหมาะกับกิจกรรมตกปลาและเดินเล่น

ท่องเที่ยวทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทย


ทะเลสาบสงขลา เป็นทะเลสาบแห่งเดียวในประเทศไทย อยู่ในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสงขลา ในทะเลสาบสงขลามีเกาะอยู่-หลายเกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะสี่ เกาะห้า เกาะหมาก (ตำบลเกาะหมาก) เกาะนางคำ (ตำบลเกาะนางคำ) และเกาะยอ (ตำบลเกาะยอ)  มีสภาพทางนิเวศวิทยาที่หลากหลายเนื่องจากเป็นที่ไหลรวมจากต้นน้ำลำคลองเล็ก ๆมากมายและยังมีทางออกสู่ทะเลอ่าวไทย ปริมาณและสภาพน้ำในทะเลสาบขึ้นอยู่กับน้ำจืดที่ไหลลงมาและน้ำเค็มจากทะเลหนุนเข้า มาซึ่งในฤดูน้ำหลากประมาณ เดือนพฤศจิกายน ถึงธันวาคมจะมีน้ำจืดไหลลงสู่ทะเลสาบจำนวนมากจึงไปผลักดันน้ำเค็มออกสู่อ่าวไทย ในช่วงนี้น้ำในทะเลสาบ จะขุ่น และเป็นน้ำจืดแต่เมื่อถึงฤดูแล้งปริมาณน้ำจืดที่ไหลลงสู่ทะเลสาบจะมีน้อยน้ำเค็มจะไหลเข้ามาแทนที่ในช่วงนี้ น้ำในทะเลสาบ จะกร่อยจึงเป็นทะเลสาบที่มีลักษณะของน้ำในทะเลสาบถึง 3 น้ำ คือ น้ำจืด, น้ำกร่อย และน้ำเค็ม มีแม่น้ำและคลองหลาย สายที่ ไหลเข้าสู่ทะเลสาบแห่งนี้

โดยน้ำในทะเลสาบสงขลาได้รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัดและเทือกเขาสันกาลาคีรีจากอำเภอสะเดา ทั้งหมดไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ลุ่มน้ำในแถบนี้เรียกว่า “ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” แบ่งออกได้เป็น4ตอนใหญ่ ๆ ได้ดังนี้
1.ทะเลน้อย
อยู่ตอนบนสุดมีพื้นที่ประมาณ28ตารางกิโลเมตร ความลึกเฉลี่ยประมาณ1.5เมตรเป็นทะเลสาบน้ำจืดโดยแยกส่วนกับทะเลสาบโดย มีคลองนางเรียมเชื่อมต่อระหว่างทะเลน้อยกับทะเลหลวงทิศตะวันตกของทะเลน้อยเป็นส่วนของจังหวัดพัทลุงทิศเหนือเป็นส่วนของ จังหวัดนครศรีธรรมราชและทิศตะวันออกจรดอำเภอระโนด จังหวัดสงขลาทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีพืชน้ำนานา ชนิดขึ้นอยู่ โดยรอบ มีป่าพรุขนาดใหญ่มีวัชพืชพวกผักตบชวา กกจูดและยังเป็นแหล่งของนกน้ำนานาพันธุ์ทั้งที่ประจำถิ่น และที่อพยพมาจาก แหล่งอื่น
2.ทะเลหลวง (ทะเลสาบสงขลาตอนบน)
เป็นส่วนของทะเลสาบสงขลาถัดจากทะเลน้อยลงมาจนถึงเกาะใหญ่ อำเภอกระแสสินธุ์เป็นห้วงน้ำกว้างใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ ประมาณ 458.80ตร.กม. ความลึกประมาณ2เมตรในอดีตเป็นท้องน้ำจืดขนาดใหญ่แต่ในบางปีมีการรุกตัวของน้ำเค็มค่อนข้างสูงในช่วงฤดูแล้ง
3.ทะเลสาบ(ทะเลสาบตอนกลาง)
อยู่ถัดจากทะเลหลวงลงมาตั้งแต่บริเวณแนวเกาะใหญ่ทางใต้ไปบรรจบกับเขตอำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุงอำเภอสทิงพระจน ถึงบริเวณ ปากรอ อำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลามีพื้นที่ประมาณ377.20ตร.กม. ความลึกประมาณ 2 เมตร เป็นส่วนของทะเลสาบที่มี เกาะมากมาย เช่น เกาะสี่ เกาะห้า เกาะหมากเกาะนางคำพื้นที่ส่วนนี้เป็นการผสมผสานของน้ำเค็มและน้ำจืดจึงทำให้มี สภาพเป็นทั้ง น้ำจืดและน้ำกร่อยในช่วงที่เป็นน้ำจืดจะมีพืชปกคลุมโดยทั่วไป
4.ทะเลสาบสงขลา(ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง)
เป็นส่วนของทะเลสาบตอนนอกสุดที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทยมีพื้นที่ประมาณ182ตร.กม. ความลึกประมาณ1.5 เมตร ยกเว้นช่องแคบที่ ติดต่อกับทะเลอ่าวไทย ซึ่งเป็นช่องเดินเรือมีความลึกประมาณ12-14 เมตร ทะเลสาบส่วนนี้เป็นบริเวณที่มีน้ำเค็ม แต่บางส่วนในช่วง ฤดูฝนจะเป็นน้ำกร่อยและได้รับอิทธิพลจากน้ำขึ้น น้ำลงบริเวณทางตอนใต้มีพื้นที่ป่าชายเลนปกคลุมโดย ทั่วไปแต่ปัจจุบันถูกเปลี่ยน ไปเป็นพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่เพาะเลี้ยงกุ้งนักท่องเที่ยวสามารถหาเรือท่องเที่ยวในทะเลสาบได้ บริเวณท่าเรืออยู่หลังที่ทำการ ไปรษณีย์โทรเลข หรือบริเวณตลาดสดจะมีเรือหางยาวรับส่งตลอดวัน

ทะเลสาบแห่งการพักผ่อน

หลายๆท่านคงจะเคยรู้จักกับประเทศแคนดาซึ่งประเทศนี้จะอยู่ทางตอนเหนือของประเทศสหรัฐอเมริกาซึง่เป็นประเทศที่ไม่ใหญ่มากนักแต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าในประเทศแคนดานี้มีทะเลสาบที่สงบและสวยงามอย่างมากซึ่งมีชื่อว่า ” Simcoe Lake ”

10

ซึ่งในปัจจุบันทะเลสาบแห่งนี้ได้มีการพัฒนาจากหลายฝ่ายจนมีการพัฒนาจากนายทุนเข้ามาปลูกที่พักหรือรีสอทร์ต่างๆขึ้นมาและไม่ใช่ว่าการปลูกที่พักนี้จะเป็นบ้านพักขนาดเล็กข้างในไม่ได้มีการตกแต่งอะไรแต่อันที่จริงแล้วเป็นการออกแบบที่ผมดูแล้วค่อนข้างที่จะคุ้มกว่าราคาด้วยซ้ำเพียงแค่ท่านผู้อ่าเข้าพักแล้วได้เห็นบรรยากาศภายในในส่วนตัวผมแล้วก็รู้สึกว่าคุ้มแล้วและเมื่อเราได้ออกไปยื่นรับลมหรือเดินชมบรรยากาศบริเวณชายหาดก็คิดว่าบรรยากาศร่มรื่นและสงบมากจึงเหมาะแก่การพักผ่อนในวันหยุดยาวอย่างมาก ยังไงก็อย่าลืมหาเวลาไปพักกันดูนะครับ

7