ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบน้ำจืดใจกลางกรุงฮานอย

ในเมืองฮานอยที่คราคร่ำไปด้วยผู้คนจนเหมือนจะวุ่นวายนั้นหากจะลี้กายไปหาสถานที่พักผ่อนหย่อยใจสักแห่งก็คงต้องแนะนำให้มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม (Hoan Kiem Lake) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่าบริเวณใจกลางกรุงฮานอยแห่งนี้ หากจะบอกว่าทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมแห่งนี้เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีชื่อเสียงที่สุดในเวียดนามก็คงจะไม่ผิดนัก ด้วยบรรยากาศรอบทะเลสาบอันร่มรื่นร่มรื่นไปด้วยสีเขียวของพืชพันธุ์ไม้ที่ถูกจัดแบ่งอย่างดีกลายสวนสาธารณะขนาดใหญ่จึงไม่มีที่ไหนในกรุงฮานอยที่เหมาะสำหรับให้ผู้คนได้มาพักผ่อนมากกว่าที่นี่อีกแล้ว

 ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบน้ำจืดใจกลางกรุงฮานอย


ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม ทะเลสาบคืนดาบ ทะเลสาบน้ำจืดใจกลางกรุงฮานอย

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เคยไปเยือนทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจวมาแล้วเมื่อมาที่ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมแห่งนี้ก็คงจะรู้สึกถึงความคลาสสิกอีกแบบหนึ่งที่ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยแม้ขนาดจะเล็กกว่ากันมาก เรียกได้ว่าหากจีนมีทะเลสาบซีหูเวียดนามก็มีทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมเป็นสิ่งดึงดูดได้ไม่แพ้กัน ทะเลสาบฮว่านเกี๋ยมมีชื่อเรียกกันอีกอย่างว่าทะเลสาบคืนดาบ (Lake of the Returned Sword) สำหรับที่มาของชื่อนั้นต้องเล่าย้อนไปในศตวรรษที่ 15 เมื่อจักรพรรดิองค์หนึ่งของเวียดนามใช้ดาบศักดิ์สิทธิ์ขับไล่ชาวจีนที่เข้ามารุกรานออกจากแผ่นดินไปได้ หลังจากนั้นเมื่อพระองค์ล่องทะเลสาบอยู่ก็ปรากฏตะพาบยักษ์ (บ้างว่าเต่า) เบื้องหน้าโดยบอกว่าให้ส่งมอบดาบศักดิ์สิทธิ์เล่มนั้นคืนแก่จ้าวมังกรเสีย

ปัจจุบัน ทะเลสาบฮหว่านเกี๊ยมกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบพักผ่อนหย่อนใจของชาวฮานอย โดยมีการสร้างเป็นสวนสาธารณะล้อมรอบ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวมีชื่อเสียงอีกแห่งของฮานอย ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมและถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

ทะเลสาบฮว่านเกี่ยม และศาลเจ้าหงอกเซิน สะพานเถฮุค พระธาตุเต่าตั้งเด่นกลางน้ำ เป็นภาพความทรงจำเกี่ยวกับฮานอย ที่ติดตาตรึงใจนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้มาเยือนฮานอย ความประทับใจเวลาที่มาเยือนทะเลสาบฮว่านเกี่ยมคือ ได้เห็นสถานที่ที่สวยงามมีทัศนียภาพชวนฝันราวกับภาพวาด เห็นผู้คนที่มาเยี่ยมเยือนและถ่ายรูปสถานที่แห่งนี้จากทั่วทุกมุมโลกทั้งใน เวียตนามและทั่วโลก และเห็นความสวยงามของทะเลสาบที่ปรับตัวให้เขากับ 4 ฤดูของฮานอย

ทะเลสาบเชียงแสนเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก

diem-den-tu-n2ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบ่งคาย มีชื่อเสียงในหมู่นักดูนกเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นที่อยู่อาศัยของนกน้ำและนกทุ่งจำนวนมาก ในฤดูหนาวจะมีนกอพยพจากต่างถิ่นจำนวนมหาศาล รวมทั้งนกพันธุ์หายากมากมาย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีกิจกรรมให้ได้สนุกเพลิดเพลินกันทั้งครอบครัว หรือถ้าหากมากันเป็นคู่ก็โรแมนติกเหลือประมาณ ทั้งผืนน้ำ ผืนป่า และม่านหมอกในฤดูหนาว ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นหนองน้ำเล็กๆ แต่ต่อมามีการสร้างฝ้ายกั้นน้ำทำให้น้ำล้นกลายเป็นทะเลสาบ ได้รับการดูแล ถือเป็นเขตอนุรักษ์ภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ทะเลสาบแห่งนี้อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงแสนมาทางทิศใต้เพียง 5 กิโลเมตร บรรยากาศสงบ ร่มรื่น เหมาะที่จะมาพักผ่อน บริเวณรอบทะเลสาบเป็นเนินเตี้ยๆ มีรีสอร์ทให้บริการที่พัก ให้เช่าจักรยาน และเรือแคนูให้พายเล่นรับลมในทะเลสาบ

มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเชียงแสนยังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาวหลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็ดแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่ง สำหรับการเดินทางจากตัวเมืองเชียงแสนใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง

จุดที่โดดเด่นที่สุดคือได้เฝ้าดูนกทุ่งและนกน้ำนานาชนิด โบยบินไปมาเป็นฝูง จิกหาอาหารตามพื้นดินหรือทอดตัวอยู่ในน้ำนิ่งของทะเลสาบ ที่นี่เป็นแหล่งรวมของนกเป็ดน้ำที่มีหลากสายพันธุ์และมีจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัวอย่างนกที่พบเจอได้ที่นี่ เช่น นกโปชาดหลังขาว เป็ดดำหัวสีน้ำตาล เป็นต้น ช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่จะมาเยือนทะเลสาบเชียงแสนคือ ฤดูหนาวเมื่ออากาศเย็นสบาย มีลมมรสุมจากทางตอนเหนือของประเทศ จะมีฝูงนกมากมายบินมาอาศัยอยู่ที่นี่หลบลมหนาว เช่น เป็ดไบคาล เป็ดหัวเขียว เป็ดพม่า เป็ดปากสั้น เป็ดเทาพันธุ์อินเดีย เป็นต้น ซึ่งหลายชนิดหายากและมีสีสันสวยงาม เปิดให้บริการทุกวัน ไม่เสียค่าใช้จ่าย

ความราบเรียบราวพื้นกระจกใสของทะเลสาบบลูเนลสันและความแปลกตาที่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่

45

นิวซีแลนด์ ดินแดนแห่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยภูเขาและทะเลสาบที่งดงามราวสวรรค์บนดิน รวมไปถึงอากาศที่แสนบริสุทธิ์ ดุจดั่งยืนชมธรรมชาติในโลกใบใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสที่ไหนๆมาก่อน โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติเนลสัน เลค  ที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะใต้ในนิวซีแลนด์ ซึ่งยังคงความงดงามตามธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์พร้อมเกือบ 100 % ทะเลสาบ บลูเนลสันหรือที่บางท่านรู้จักกันดีในนามของ Rotomairewhenua ซึงทางกินเนสบุ๊คได้บันทึกเอาไว้ว่า เป็นทะเลสาบเดียวในโลกนี้ ที่มีความใสราบเรียบราวกับกระจก ซึ่งคุณสามารถมองทะลุลงไปด้วยตาเปล่าได้ลึกถึง 80 เมตร นอกจากนี้ยังมีความโดดเด่นตรงความนิ่งสงบราบเรียบของผิวน้ำ ที่มีสีฟ้าอมเขียวราวอัญมณี ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาของมอสและตะไคร่ใต้น้ำกับแสงแดด ทำให้ทะเลสาบแห่งนี้ ถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน100 สถานที่ของโลก ที่ต้องไปเยือนก่อนตาย และด้วยอุณหภูมิของน้ำ ที่คงที่อยู่ราวๆ 5-8 องศาเซลเซียส ประกอบกับความกดอากาศในบริเวณสูงสุดกลางหุบเขาเช่นนี้ ส่งผลให้ในทะเลสาบ ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นๆนอกจาก พืชน้ำบางชนิดที่ทนความหนาวเย็นได้ มอส ตะไคร่ และสัตว์น้ำประเภทไรต่างๆ อุณหภูมิน้ำจะคงที่เช่นนี้เกือบตลอดปี ยกเว้นในช่วงฤดูหนาว ที่ทะเลสาบบางส่วนอาจกลายเป็นชั้นน้ำแข็งไปตามสภาพกาล น้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีต้นธารอยู่ที่ ทะเลสาบคอนสแตนซ์ และถูกกรองผ่านชั้นหินมากมายระหว่างทาง ผ่านการรังสรรค์จากธรรมชาติจนกลายเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่สวยที่สุดในโลก

ซึ่งความราบเรียบราวพื้นกระจกใสของทะเลสาบ และความแปลกตาที่ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ใดๆว่ายวนไปมา ทำให้ชาวเผ่าพื้นเมืองเก่าแก่หรือชาวเมารี ยกย่องให้เป็นทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์ ปกป้องให้กลายเป็นดินแดนหวงห้ามโดยไม่อนุญาตให้มนุษย์คนไหนล่วงล้ำเข้าไปในทะเลสาบแห่งนี้ ส่งผลให้ทะเลสาบคงความงามบริสุทธิ์ตามธรรมชาติผ่านกาลเวลายาวนานหลายพันปีจนถึงรุ่นของเราได้อย่างสมบูรณ์พร้อมทุกประการ ซึ่งทางชนเผ่าเมารีได้ยื่นหนังสือกับทางอุทยานแห่งชาติไปตามรายละเอียดข้างต้นนั้น และทางอุทยานก็เห็นดีด้วย จึงได้ทำการอนุมัติสร้างกฏเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อรักษาธรรมชาติงดงามแห่งนี้เอาไว้ว่า อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมได้เพียง 700 รายต่อปี สามารถตั้งแคมป์ ปีนเขา หรือเดินป่าได้ตามสถานที่ที่ได้รับอนุญาต แต่ห้ามลงเล่นน้ำในทะเลสาบแห่งนี้โดยเด็ดขาด รวมไปถึงล้างมือ ซักผ้า หรือล้างทำความสะอาดภาชนะใดๆ หากเจ้าหน้าที่หรือทางชนเผ่าเมารีมาพบเห็น จะถูกดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุด ดังนั้น หากพวกเรามีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวงดงามและหาชมยากแบบนี้ อย่าลืมทำตามกฎหรือข้อตกลงอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาชื่อเสียงของประเทศ และเก็บความงดงามเหล่านี้ไว้ให้ลูกหลานเรารวมไปถึงเพื่อนร่วมโลกท่านอื่นๆได้ชื่นชมกันตราบนานเท่านาน

ชมความสวยงามของ ทะเลสาบแมงกะพรุน หรือ ทะเลสาบเจลลี่ฟิช

ชมความสวยงามของ ทะเลสาบแมงกะพรุน หรือ ทะเลสาบเจลลี่ฟิช (Jellyfish Lake) ทะเลสาบสุดมหัศจรรย์ที่แฝงไปด้วยอันตราย แต่ก็มีเหล่านักดำน้ำจำนวนมากที่ไม่เกรงกลัวต่ออันตรายดังกล่าว ทะเลสาบแมงกะพรุน ตั้งอยู่ในเกาะ Eil Malk เกาะอันโดดเดี่ยวในเขตประเทศปาเลา (Palau) หรือ สาธารณรัฐปาเลา (Republic of Palau) ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกที่มีชื่อเสียงในเรื่องของหมู่เกาะและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล

Jelly Fish Lake หรือ ทะเลสาบแมงกะพรุน ตั้งอยู่บนเกาะ Eil Malk ซึ่งเป็นเกาะนึงในหมู่เกาะ Rock Islands ในประเทศปาเลา

สมัยก่อนทะเลสาบแห่งนี้เคยมีทางเชื่อมระหว่างทะเลสาบกับมหาสมุทรแปซิฟิก แต่มันถูกตัดขาดไปนานกว่า 12,000 ปี นับจากช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็ง หรือ Ice Age ซึ่งเป็นผลทำให้เหล่าบรรดาแมงกะพรุน (Golden Jelly Fish) ที่อยู่อาศัยในทะเลสาบแห่งนี้สามารถแพร่พันธ์ได้อย่างน่ามหัศจรรย์ โดยที่มันไม่มีสิ่งแวดล้อมที่เป็นอันตรายใดๆ มาทำให้มันต้องล้มตาย แต่กลับกัน มันได้ผลิตประชากรของพวกมันมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันสันนิฐานว่าน่าจะมีแมงกะพรุนในทะเลสาบแห่งนี้ไม่น้อยกว่า 13 ล้านตัว

เจ้าแมงกะพรุนพวกนี้มีหนามแหลม แต่เนื่องจากมันเป็นแมงกะพรุนที่ไม่ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่อันตราย ธรรมชาติเลยค่อยๆ ปรับเปลี่ยนเจ้าหนามแหลมๆ ที่เคยเป็นอันตราย ให้มีขนาดที่เล็กลง และ ไม่ทำให้เกิดอันตรายสำหรับมนุษย์อีกต่อไป

ทะเลสาบแมงกะพรุน คือแหล่งดำน้ำที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยสาเหตุที่เรียกทะเลสาบแห่งนี้ว่า ทะเลสาบแมงกะพรุน ก็เนื่องมาจากว่าภายในทะเลสาบดังกล่าวนั้นมีเหล่าแมงกะพรุนทอง (Golden Jellyfish) นับล้านตัวอาศัยอยู่ นอกจากนี้ ทะเลสาบแมงกระพรุนยังเชื่อมต่อกับทะเลทางรอยแยกของหิน และอุโมงค์ แต่อย่างไรก็ตามมันก็แทบแยกตัวออกจากแห่งน้ำอื่นโดยสิ้นเชิง ทำให้เกิดเป็นระบบนิเวศน์เฉพาะของมัน ที่เหมาะสมต่อการดำรงณ์ชีพของแมงกะพรุนเหล่านี้

ปัจจุบันทะเลสาบแมงกะพรุนได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวและเป็นแหล่งดำน้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางยังปาเลา เพราะมีจุดประสงค์ที่จะไปดำน้ำในทะเลสาบแมงกะพรุน โดยการเดินทางจะใช้เวลา 45 นาที นั่งเรือจากเมืองคอรอร์ไปยังทะเลสาบแมงกะพรุน

เที่ยวสวนทะเลสาบไทปิงเพลิดเพลินไปกับความงดงามตามธรรมชาติ

ไม่มีใครที่ไปเยือนสวนทะเลสาบไทปิง แล้วจะไม่เพลิดเพลินไปกับความงดงามตามธรรมชาติ สวนทะเลสาบไทปิงสร้างขึ้นบนเหมืองแร่ดีบุกร้าง เปิดเมื่อปี ค.ศ. 1880 ทำให้ที่นี่กลายเป็นสวนสาธารณะแห่งแรกในมาเลเซียในขณะนั้น รอบ ๆ ทะเลสาบมีต้นก้ามปูต้นใหญ่อายุหลายร้อยปี แผ่ขยายกิ่งก้านสาขาจากสุดถนนด้านหนึ่งไปยังทะเลสาบที่อยู่อีกฟากหนึ่ง สร้างบรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับการถ่ายภาพคู่แต่งงาน

สวนทะเลสาบมีพื้นที่กว่า 64 เฮกเตอร์ ประกอบด้วยทะเลสาบและสระน้ำที่งดงาม 10 แห่ง สระบัว สะพานสวย เส้นทางจ็อกกิ้งและนวดเท้า ซึ่งล้วนแล้วแต่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ ดอกไม้ และสัตว์ป่าเมืองร้อน นอกจากนี้ยังมีลานโรลเลอร์สเก็ต เรือพาย และสนามเด็กเล่น ที่จะทำให้เด็ก ๆ ติดใจกับการออกกำลังกายนอกบ้าน แทนที่จะหมกมุ่นอยู่กับวิดีโอเกม

รอบนอกของสวนสาธารณะที่เขียวขจีเป็นที่ตั้งของอาคารประวัติศาสตร์มากมาย รวมทั้ง อาคาร Old Residency ซึ่งเคยเป็นที่พำนักของเลขาธิการข้าหลวง Raja’s House และที่พักของเจ้าหน้าที่ทหาร ใกล้กันคือเนินเขาแม็กซ์เวลล์ (บูกิตลารุต) ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเดินป่าและตั้งแคมป์
- ทางอากาศ
สนามบินที่ใกล้ที่สุด คือ สนามบินนานาชาติปีนัง จากไทปิง ขับรถไปประมาณ 90 นาที ส่วนสนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ (KLIA) ต้องขับรถลงใต้ไปตามทางด่วนสายเหนือ-ใต้ ใช้เวลา 4 ชม
- ทางถนน
หากเดินทางมาที่ไทปิงโดยขับรถมาตามทางด่วนสายเหนือ-ใต้ (PLUS) ให้ออกจากทางด่วนที่แยกจังกัตเจริง จากนั้นขับรถมาตามถนนสายซิมปัง ก่อนที่จะเลี้ยวขวามุ่งหน้ามายังไทปิง สวนทะเลสาบไทปิง สามารถเดินทางมาได้ง่ายจากถนนจาลันอิสตานา และจาลันเคลับบารู
- รถประจำทาง
ไทปิงเป็นเมืองที่เชื่อมต่อกับเมืองอื่น ๆ บนคาบสมุทรมลายูด้วยเครือข่ายรถประจำทาง ซึ่งเดินรถจากสถานีปลายทางที่อยู่ห่างไกลออกไป เช่น เมืองกามันติง (6 กม. จากใจกลางเมือง) และเมืองซิมปัง (7 กม. จากใจกลางเมือง) นอกจากนี้ยังมีรถประจำทางจากไทปิงไปยังอำเภอหาดใหญ่และประเทศสิงคโปร์อีกด้วย รถประจำทางจะขับลงใต้ซึ่งจะออกจากเมืองกามันติงและจอดรับผู้โดยสารที่เมืองซิมปัง (เมดานซิมปัง) ก่อนที่จะถึงแยกจังกัตเจริง และมุ่งหน้าไปยังทางหลวง คุณสามารถซื้อตั๋วรถประจำทางได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่เมดานคามันติงและเมดานซิมปัง
- รถไฟ
เคเรทาปี ทานาห์ มลายู (KMT) ให้บริการในเส้นทางสายเหนือ-ใต้ หลายเที่ยวต่อวัน โดยจะจอดที่สถานีไทปิงด้วย